วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2552

เมื่อเราเป็นเด็กเล็กๆดื่นเต้นกับประสาทสัมผัสที่ได้รับรู้จากสิ่งที่ถูกรู้ เราไม่รู้ว่าสิ่งที่ถูกรู้เหล่านี้มีคุณหรือโทษอย่างไร เราคงตายถ้าไม่มีบุพการีคอยช่วยเหลือแนะนำ เมื่อเราโตขึ้นมีคำถามเข้ามาสู่ความคิดมากขึ้น ทำไมคนเกิดแล้วตาย ทำไมคนมีฐานะประสบความสำเร็จมีสุขและทุกข์ต่างกันฯ เราอยากมีบุพการีคอยสอนคอยช่วยแนะนำแต่เป็นไปไม่ได้ที่สุดบุพการีก็จากไป เหลือแต่ ความอยากรู้ อยากได้ อยากเป็น ยังคงอยู่ที่ตัวเรา เราจำสิ่งที่บุพการีสอนได้ทุกเรื่อง และเราก็ลองทำเองบางเรื่องผิดบ้างถูกบ้าง ต่อมาเรามีครอบครัวเราเป็นบุพการี “เราเป็นผู้ให้ ที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ” เราอยากให้ทุกคนเป็นบุพการี แต่ยังคาใจ จริงหรือ ที่ทุกคนเป็นบุพการีแล้ว จะหาคำตอบให้คำถามได้ แล้ววันหนึ่งพุทธองค์ก็เสด็จมานำทาง บัดนี้เรารู้แล้วเราต้องการอะไร เราต้องการให้ทุกคนเป็นบุพการีที่มี ศีล สมาธิ ปัญญา (ศีล การจัดระเบียบชีวิตให้เกิดปัญญาเพื่อไปสู่ความสุขความเจริญ)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น